สีธีมงานแต่ง ที่เหมาะกับงานแต่งบนดาดฟ้า

สีธีมงานแต่ง ที่เหมาะกับงานแต่งบนดาดฟ้า

            หากพวกคุณที่เป็นคู่บ่าวสาวกำลังคิดจะหาสถานที่แนวใหม่ส่วนตัว ๆ ในการจัดงานแต่งงานที่ไม่จำเป็นต้องอยู่ในสถานที่อันเป็นพิธีการและไม่อึดอัดกับการอยู่ในสถานที่ห้องสี่เหลี่ยมที่มีกรอบแล้วก็สามารถทำให้งานแต่งมีแต่ความอลังเพียงตกแต่งเล็กน้อยก็เหมือนอยู่ในสถานที่ต้องมนต์สะกดในการจัดแล้วก็ต้องจัดเลยกับ “งานแต่งงานบนดาดฟ้า” งานแต่งที่จะทำให้พวกคุณทุกคนได้พบกับความโรแมนติกในพิธีการทุกลำดับขั้นตอนที่แสนเรียบง่ายแต่หรูหราอลังการได้จากการอยู่ในพื้นที่สูงเสียดฟ้าบนตึกอาคารที่สามารถเห็นท้องฟ้าสีครามและปุยเมฆมากมายได้เต็มที่เลย แถมลมก็ยังพัดเย็นสบายตลอดเวลาด้วย อีกทั้งงานแต่งงานบนดาดฟ้าหากได้สีธีมงานแต่งงานที่เข้ากับบรรยากาศวิวสวย ๆ ของดาดฟ้าแล้วด้วยยิ่งทำให้งานแต่งงานมีความปังมากขึ้นกว่าเดิมไปอีก ฉะนั้นวันนี้เรามาเลือก สีธีมงานแต่ง ที่เหมาะกับดาดฟ้ากันเลยดีกว่า! แนะนำ 3 สีธีมงานแต่ง สำหรับงานแต่งบนดาดฟ้า รูปภาพ : https://www.canarysantabarbara.com/ “ธีมงานสีเขียว” สำหรับงานแต่งบนดาดฟ้า             “ธีมงานสีเขียว” สำหรับงานแต่งบนดาดฟ้า หลายคนอาจสงสัยว่าธีมงานแต่งสีนี้เหมาะกับบรรยากาศของดาดฟ้าตรงไหน น่าจะเหมาะกับบรรยากาศในสวนมากกว่า แต่ลองดูสิว่าบนดาดฟ้าขาดอะไรไป แน่นอนว่าคือความอุดมสมบูรณ์ของสิ่งที่เป็นเอกลักษณ์ในพื้นดินที่เราควรสร้างบรรยากาศของแผ่นฟ้ากับผืนดินให้มีความสมดุลกันในงานแต่ง โยหากใช้ธีมงานแต่งสีเขียวก็จะเหมือนกับเราได้สร้างความสมบูรณ์ของธรรมชาติที่งดงามบนโลกที่ตัดกับสีของน่านฟ้าที่เป็นสีฟ้าครามได้อย่างลงตัวจนสวยงามเหมือนอยู่ในสวนบนสวรรค์มากเลย รูปภาพ : https://signaturelivingweddings.co.uk/ “ธีมงานสีฟ้า” สำหรับงานแต่งบนดาดฟ้า             “ธีมงานสีฟ้า” สำหรับงานแต่งบนดาดฟ้า เป็นสีที่เหมาะกับการอยู่ใกล้สีของท้องฟ้าซึ่งมีความกว้างขวางของแผ่นฟ้าที่ปุยเมฆลอยละล่องอย่างสวยงามสบายตาเคลื่อนผ่านหน้าทุกคนไปอย่างช้า ๆ ทำให้ธีมงานแต่งที่ถูกใช้ด้วยสีหลักอย่างสีฟ้าบ่งบอกถึงการอยู่บนที่สูงและอิสรภาพกับอนาคตได้อย่างเข้ากันกับงานแต่งงานของคู่รักที่มองฟ้าซึ่งเป็นตัวบ่งบอกการเปลี่ยนผ่านของกาลเวลาในทุกวันได้อย่างดีที่สุด รูปภาพ : https://www.weddingchicks.com/ “ธีมงานสีทอง” สำหรับงานแต่งบนดาดฟ้า             “ธีมงานสีทอง” สำหรับงานแต่งบนดาดฟ้า นับได้ว่าธีมนี้มีความโดดเด่นของสีที่ออกแนวสะท้อนแสงเหมือนกับแสงของพระอาทิตย์ที่สาดส่องคู่ท้องฟ้าในวันที่สดใสอย่างมากซึ่งทำให้นอกจากจะบ่งบอกว่าคู่เคียงกันของธรรมชาติที่กำเนิดมาเพื่ออยู่ด้วยกันเสมือนคู่บ่าวสาวที่โชคชะตาสร้างให้คู่กันแล้ว ก็ยังเป็นสีที่เสริมฤกษ์ชีวิตคู่และความรุ่งเรืองในการสร้างชีวิตคู่ได้เป็นอย่างดีเลย รูปภาพ : https://thehoneycombers.com/ อัพเดทข่าวสาร […]

หน้าที่หลักของ ออแกไนซ์งานแต่ง

หน้าที่หลักของ ออแกไนซ์งานแต่ง

            สำหรับคู่รักที่เวลานี้กำลังมีแพลนจะจัดงานแต่งงานกันภายในปีนี้ก็คงกำลังมองหาบุคคลสำคัญที่จะมาช่วยจัดงานแต่งงานให้คอมพลีทสำเร็จตามที่พวกคุณหวังไว้ได้ นั่นคือ “ออแกไนซ์งานแต่ง” ที่จะทำให้งานแต่งงานของคุณได้มีสีสันเฉพาะเจาะจงและเรื่องราวความโรแมนติกในบรรยากาศ พิธีการ รวมถึงกิจกรรมต่าง ๆ ตามที่พวกคุณจะพึงพอใจ เพราะคู่บ่าวสาวทุกคู่ย่อมอยากจะได้มีงานแต่งงานที่สวยงามและเต็มไปด้วยกิจกรรมดี ๆ รวมถึงบรรยากาศสุดอลังการตามแบบที่รอคอยกันมานาน ทว่าหากจะให้ออกแบบหรือจัดกันเองก็ย่อมจะเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยากและอาจจะไม่เข้ากับคอนเซ็ปต์งานแต่งงาน อีกทั้งยังมีสไตล์ของวัฒนธรรมในท้องถิ่นชุมชนเข้ามาร่วมด้วยสำหรับบางงานของคู่บ่าวสาว ออแกไนซ์งานแต่งจึงเป็นบุคคลสำคัญในการทำให้งานแต่งงานมีความสมบูรณ์แบบ แต่ผู้คนก็มักจะเข้าใจหน้าที่ของออแกไนซ์แบบผิด ๆ ว่าเป็นคนครีเอทตกแต่งงานด้วยตัวเองมาโดยตลอด วันนี้เราจึงได้นำหน้าที่หลักของออแกไนซ์งานแต่งมาให้คุณรู้จักกัน ออแกไนซ์งานแต่ง หน้าที่หลัก ๆ มีดังต่อไปนี้ รูปภาพ : https://kindredweddingsandevents.com/ ออแกไนซ์งานแต่งมีหน้าที่จัดรายชื่อ             เมื่อว่าที่คู่บ่าวสาวแจกการ์ดเชิญจนครบ ออแกไนซ์งานแต่งมีหน้าที่ช่วยจัดการรายชื่อแขกที่ตอบรับคำเชิญมาร่วมงานได้ รวมถึงการจัดการเรื่องตำแหน่งที่นั่ง โต๊ะทั้งโต๊ะรับแขกเหรื่อที่มาร่วมงาน มุมการวางสิ่งของตกแต่งต่าง ๆ ที่อาจไม่เอื้ออำนวยต่อการทำพิธีของคู่บ่าวสาว หรือแม้กระทั่งมีการเปลี่ยนแปลงที่ออแกนซ์งานแต่งสามารถจัดการได้ เช่น การนับรายชื่อแขก สรุปรายชื่อแขก เปลี่ยนแปลงรายชื่อแขกไม่มาร่วมงาน เพิ่มรายชื่อแขก จัดการกับเมนูที่แขกต้องการ(ในกรณีที่จัดงานแบบLong-Table) เป็นต้น รูปภาพ : https://th.pinkoi.com/ ออแกไนซ์งานแต่งมีหน้าที่ประสานงานกับทีมจัดงานแต่ง             ออแกไนซ์งานแต่งมีหน้าที่ในการประสานงานกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับการจัดงานแต่งเพื่อให้การจัดงานและสถานที่เป็นไปอย่างราบรื่นไม่มีปัญหาความขัดแย้งหรือความเข้าใจที่ไม่ตรงกันจนต้องแก้ไขในภายหลังทำให้วุ่นวาย ตั้งแต่ทีมจัดเวที ทีมจัดแบ็กดรอป ทีมจัดดอกไม้ ทีมขนย้ายสิ่งของ ทีมแคทเทอริ่ง ทีมจัดเตรียมสถานที่ […]

เอฟเฟกต์สุดโรแมนติก ที่ควรมีในงานแต่งยุคใหม่

เอฟเฟกต์สุดโรแมนติก ที่ควรมีในงานแต่งยุคใหม่

              สำหรับในงานแต่งงานยุคใหม่นั้นแน่นอนว่าแสง สี เสียงตามพิธีการต่าง ๆ ย่อมต้องมาครบมาตเมแบบอลังการเพื่อสมกับการรอคอยวันสำคัญที่สุดอีกวันหนึ่งของชีวิตมานาน ไม่วาจะเป็นในพิธีแต่งงานตอนเช้าหรือในงานเลี้ยงฉลองแต่งงาน การที่มีเสียงดนตรีและธีมแสงสวย ๆ หลากหลายสไตล์ในงานแต่งงานของคุณจากเทคโนโลยีย่อมจะทำให้งานแต่งงานดูมีชีวิตชีวามากขึ้นอย่างที่เข้ากับงานสำหรับคู่บ่าวสาวที่จัดให้คนสองคนได้เสริมฤกษ์แห่งการเริ่มต้นอีกขั้นหนึ่งของชีวิตที่จะได้เป็นส่วนหนึ่งกันซึ่งก็ต้องจัดให้มีความโรแมนติกลึกซึ้งในบรรยากาศกันสิถึงจะเหมาะกับงานสำคัญที่รื่นเริงและมีชีวิชีวาอย่างนี้ แม้แต่พวก เอฟเฟกต์สุดโรแมนติก เหล่านี้หากคุณจัดได้ เราก็แนะนำให้คุณได้จัดไปเลยเพื่อเสริมให้บรรยากาศการแต่งงานมีความวิเศษมากขึ้นจนเหมือนได้เข้ามาอยู่อีกโลกหนึ่งที่แสนหวานสุด ๆ รู้จักกับ 3 เอฟเฟกต์สุดโรแมนติก รูปภาพ : https://www.oldemillinn.com/ ”หิมะ” เอฟเฟกต์สุดโรแมนติกที่ควรมีในงานแต่งยุคใหม่             ”หิมะ” เป็นเอฟเฟกต์สุดโรแมนติกที่ควรมีในงานแต่งยุคใหม่ ด้วยความที่หิมะจะมีสีขาวเป็นเม็ด ๆ เกล็ดน้ำแข็งลงมาสู่พื้นมากมายทำให้มีความสวยงามเข้ากับงานแต่งงานที่มีสีสัญลักษณ์เป็นสีขาวที่แสดงถึงความบริสุทธิ์อยู่แล้ว และยังเหมือนได้จัดงานแต่งงานในประเทศทางแถบยุโรปที่คู่บ่าวสาวจะได้ประจำในการทำกิจกรรมมุมหนึ่งของงานที่มีหิมะโปรยปรายได้อย่างสวยงามโรแมนติกอย่างมาก เรียกได้ว่าสร้างความอบอุ่นใจจนหิมะละลายเลย รูปภาพ : https://www.dkphoto.ie/ ”ฉายแสงที่ผนัง” เอฟเฟกต์สุดโรแมนติกที่ควรมีในงานแต่งยุคใหม่             ”ฉายแสงที่ผนัง” เป็นเอฟเฟกต์สุดโรแมนติกที่ควรมีในงานแต่งยุคใหม่ที่จะทำให้งานเต็มไปด้วยสีสันที่สวยงามทั่วทุกส่วนจากแสง สีของไฟที่ฉายแสงไปยังรอบด้านของผนังห้องจัดงานแต่งงานซึ่งทำให้เกิดสีสันแปลกใหม่ของผนังที่มีลวดลายไฟสวยงามได้โดยไม่ต้องจัดซุ้มหรือจัดตกแต่งของประดับใด ๆ บนผนังรอบข้างเลย หรือจะฉายแสงเป็นรูปถ่ายพรีเวดดิ้งของคู่บ่าวสาวขนาดใหญ่ยักษ์ก็ได้ หวานชื่นเวลาที่ได้เห็นมาก รูปภาพ : https://asiana.tv/ ”ไอหมอก” เอฟเฟกต์สุดโรแมนติกที่ควรมีในงานแต่งยุคใหม่             ”ไอหมอก” เป็นเอฟเฟกต์สุดโรแมนติกที่ควรมีในงานแต่งยุคใหม่ ทำให้ดูมีความลี้ลับในบรรยากาศของงานแต่งงานที่เหมือนอยู่ในโลกแห่งเทพนิยายที่พอเดินเข้ามาแล้วบริเวณทางเข้างานก็จะเต็มไปด้วยหมอกหรือหลายมุมของงานที่เป็นทางเดินก็จะเต็มไปด้วยไอหมอกบางเบาที่ลอยออกมาฟุ้งท่ามกลางการตกแต่งอุโมงค์ ซุ้ม หรือการประดับธีมงานแต่งต่าง […]

ทำไมจึงไม่ควรเร่ง พัฒนาความสัมพันธ์ ?

ทำไมจึงไม่ควรเร่ง พัฒนาความสัมพันธ์ ?

            ในปัจจุบันนี้คงมีคนจำนวนมากที่มีคนที่รักซึ่งอยู่ในสถานะของคนคุย คนดูใจ หรือแฟนกันแล้วเกิดความคิดที่อยากจะพัฒนาความสัมพันธ์แล้ว แต่คนที่ตัวเองรักกลับเอาแต่ผลัดหรือไม่ก็บอกว่า ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลา บ้างก็เงียบ ๆ เรื่องการพัฒนาความสัมพันธ์ ทั้งที่เรากับเขาต่างก็มีความรักให้กันอย่างแน่นแฟ้นและทุกอย่างก็เป็นไปอย่างไม่มีอุปสรรคใด ๆ ในความสัมพันธ์ แล้วเหตุใดเขาจึงไม่คิดจะพัฒนาความสัมพันธ์กับเราสักที บางคนเกือบปีแล้วก็ยังไม่พัฒนา! ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกเจ็บ ๆ จนบางทีก็เกิดความคิดว่า “เขาแค่อยากเอาเราเป็นตัวเลือกหรือเปล่า?” บางคนก็คิดว่า “ที่ผ่านมาลึก ๆ เขาอาจจะเริ่มรู้สึกว่าเราไม่ใช่ก็ได้” ซึ่งเมื่อเกิดความคิดแบบนี้ขึ้นมาจึงทำให้คนสองคนเกิดการทะเลาะกันด้วยความน้อยใจจนก่อให้เกิดการเลิกราได้ ซึ่งส่วนมากคนที่อยากพัฒนาความสัมพันธ์มักจะเป็นผู้หญิงทั้งนั้น แต่ไม่ว่าจะเป็นเพศใดเราบอกเลยว่า หากยังไม่ถึงปีก็ไม่ควรจะเร่ง พัฒนาความสัมพันธ์ เพราะอะไร? 3 เหตุผลที่ไม่ควรเร่ง พัฒนาความสัมพันธ์ รูปภาพ : http://questiontoaskgirls.com/ พวกคุณต้องปรับตัวให้รู้จักเติมเต็มกันก่อนจะพัฒนาความสัมพันธ์             แม้ว่าพวกคุณจะไม่ได้มีเรื่องขัดแย้งหรือปัญหาใด ๆ ในความสัมพันธ์ที่ทำให้เครียด คิดมาก ทุกอย่างดำเนินไปอย่างมีความสุข แต่ก็ไม่ได้แปลว่าจะพัฒนาความสัมพันธ์กันได้เลย เพราะทุก ๆ คนย่อมจะมีความชอบความสนใจที่แตกต่างกันไม่มากก็น้อยและไหนจะมุมมองความคิดด้วย แม้วันนี้จะไม่มีปัญหาเรื่องความต่างแต่หากมันเกิดปัญหาตอนที่พัฒนาความสัมพันธ์แล้วก็จะมีแต่เจ็บปวดจากสถานะที่เป็นอยู่เปล่า ๆ ดังนั้นพวกคุณต้องปรับตัวให้ความแตกต่างของกันและกันเติมเต็มต่างฝ่ายให้ได้ก่อนแล้วค่อยพัฒนาความสัมพันธ์กันเพื่อไม่ให้มีปัญหาภายหลังว่า ฉันเป็นแบบนี้ แต่ทำไมเธอเป็นแบบนี้ให้ฉันไม่ได้ในเมื่อเราอยู่ในสถานะคนสำคัญ พวกคุณต้องพร้อมทำหน้าที่กันก่อนจะพัฒนาความสัมพันธ์ รูปภาพ : https://www.kevmrc.com/             […]

ทำไมขอคืนดีแล้ว แฟนเก่า ไม่ยอมกลับมา ?

ทำไมขอคืนดีแล้ว แฟนเก่า ไม่ยอมกลับมา ?

            เรากลับมาเป็นเหมือนเดิมได้ไหมเธอ ยังรอเธอเสมอทุกครั้งที่หายใจ ไม่อยากมีชีวิตอ้างว้างอีกต่อไป ก็มันทนไม่ไหวจริง ๆ เพราะหัวใจรักเพียงเธอ! แค่ร้องเพลงก็รู้สึกคิดถึงเธอคนนั้นที่อยู่แสนไกล แต่ความทรงจำในวันวานยังอยู่กับเราตลอดเวลา ซึ่งเราก็เชื่อว่า หลาย ๆ คนยังคงไม่ลืมคนเก่าได้หรอก ยิ่งมูฟออนก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงได้รู้สึกโหยหาและคิดถึงเขามากจนไม่มีใครที่เข้ามาเปลี่ยนหัวใจที่มีเขาได้เลย แน่นอนว่าในเวลาที่เราทำงานหรือทำกิจกรรมที่แสนวุ่นวายของตัวเองก็อาจทำให้รู้สึกว่าลืมเขาไปได้แล้ว แต่พอว่างเท่านั้นล่ะคิดถึงเลย นี่คือสิ่งที่บ่งบอกว่า “เรายังรักเขาเหมือนเดิม” พอได้เจอกับเขาแม้จะรู้สึกดีใจแต่มันก็ไม่แคล้วที่จะรู้สึกเจ็บปวดเวลาเห็นเขาอยู่กับชีวิตใหม่ที่ดีกว่าตอนมีเรา และเมื่อเวลาผ่านไป หลายคนก็คงจะรอแฟนเก่าอยู่อย่างนั้นจนถึงวันที่เรากับเขาดูจะพร้อมในหลายเรื่องของชีวิตแล้วต่างฝ่ายก็ยังไม่มีคนรักใหม่ ทำให้พวกคุณอยากใช้โอกาสนี้ขอแฟนเก่าคืนดี แต่พอขอคืนดีแล้วทำไม แฟนเก่า ไม่ยอมกลับมา รีเทิร์นกับเรา? 3 เหตุผลขอคืนดีแล้ว แฟนเก่า ไม่ยอมกลับมา รูปภาพประกอบ : Pixabay แฟนเก่ายังเจ็บกับเรื่องราวเดิม ๆ จึงไม่ยอมกลับมาคืนดี             เหตุผลที่ 1 ที่ทำให้แฟนเก่าไม่ยอมกลับมาคืนดีกับคุณ เพราะแฟนเก่ายังคงเจ็บปวดความทรงจำเก่า ๆ ตอนที่คบกับคุณเป็นแฟน ซึ่งหลายเหตุการณ์ระหว่างคุณกับเขามันไม่ค่อยจะมีความทรงจำที่ดีเท่าไหร่ มีแต่ความทรงจำที่ต่างคนต่างก็ไม่ลงรอยกันในการกระทำของตัวเองที่มีต่ออีกฝ่ายจนไปกันไม่รอด ซึ่งแฟนเก่าคุณก็ไม่อยากให้เขากับคุณต้องกลับไปมีความทรงจำแย่ ๆ แบบนั้นอีก แม้ว่าตัวเขาอาจจะรักคุณก็ตาม บางทีเขาอาจจะคิดด้วยว่า คุณแน่ใจแล้วหรือที่อยากจะกลับไปอยู่กับสถานการณ์ที่ยิ้มบ้างร้องไห้บ้าง ถ้ามันจะทำให้ต่างฝ่ายเจ็บปวดเขาก็ไม่อยากทำหรอก รูปภาพประกอบ : Pixabay […]

“ความหลง กับ ความรัก” แตกต่างกันอย่างไร?

“ความหลง กับ ความรัก” แตกต่างกันอย่างไร?

            นับเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้สำหรับทุกคนที่เวลาเราได้รู้สึกอยากมองใครเป็นพิเศษด้วยความประทับใจก็มักจะได้แต่โฟกัสที่เขาคนนั้นอย่างไม่หยุด แม้ว่าเขาจะหันมามองเราหรือไม่หันมามองก็ตาม แต่ใจของเรานั้นได้แต่เรียกร้องแล้วว่า อยากพยายามทำให้เขาหันกลับมามองเราด้วยความรู้สึกนี้บ้างจริง ๆ หากเราพยายามค้นใจเขาว่าอีกฝ่ายชอบอะไรหรือไม่ชอบอะไรแล้วจีบเขาจนกว่าเขาจะยอมเกิดความรู้สึกพิเศษนี้กับคุณบ้างจนเราได้เป็นเจ้าของเขา อีกทั้งยังอยากได้เห็นรอยยิ้มของเขาที่มีความสุขแล้วล่ะก็แน่นอนไม่ว่าใครก็ต้องพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “คุณมีความรักอยู่แหง ๆ เลย!” แต่ความจริงแล้วเราจะมั่นใจเพียงแค่คนอื่น ๆ ที่ใช่ตัวคุณมองผิวเผินได้อย่างไรว่า ความรู้สึกที่คุณคิดกับอีกฝ่ายมันคือ “ความรัก” ไม่ใช่ “ความหลง” เนื่องจาก “ความหลง กับ ความรัก” นั้นมีความแตกต่างของความรู้สึกที่ห่างกันเพียงเส้นเล็ก ๆ เท่านั้นหากคุณได้สัมผัสกับมันจริง ๆ ซึ่งจะต่างกันอย่างไรมาอ่านกันเลย “ความหลง กับ ความรัก” คืออะไร ? รูปภาพประกอบ : Pixabay ความหลง             “ความหลง” หรือ “ความหลงใหล” เป็นความรู้สึกที่เราเกิดความประทับใจในตัวคนคนหนึ่งเป็นพิเศษจนอยากได้เขามาเป็นเจ้าของ มองดูแล้วไม่ว่าจะเป็นสิ่งใดที่เกี่ยวข้องกับตัวเขา เราก็จะรู้สึกว่ามันทำให้เราฮีลใจตัวเองและรู้สึกเคลิบเคลิ้มจนชวนให้อยากมองไปนาน ๆ ได้ ซึ่งโดยปกติความหลงในตัวเขาจะเป็นความรู้สึกหลงใหลเฉพาะตัวเขาภายนอกมากกว่า ได้แก่ รูปร่างหน้าตา การกระทำของเขาที่ตรงตามแบบที่คุณชอบ บุคลิกภาพของตัว และสิ่งที่เขาปฏิบัติต่อตัวเองและผู้อื่นอย่างที่น่าประทับใจจนรู้สึกไม่มีใครที่โดนใจคุณเท่ากับเขามาก่อนเมื่อมอง ทำให้อยากรู้จักกับเขาและพยายามที่จะจีบ ซึ่งหากได้ใกล้ชิดกันจนรู้จักตัวตนของเขาจริง ๆ คุณที่แค่หลงใหลเขาก็จะไม่มีการพัฒนาด้านความหลงใหลในตัวตนภายในของเขาเท่าไหร่หรือเมื่อตัวตนจริง […]

ทำอย่างไรไม่ให้ “กลัวการมีคู่”

ทำอย่างไรไม่ให้ “กลัวการมีคู่”

              จะเกิดอะไรขึ้นหากว่าเรามีคู่หรือมีแฟน? เราจะสามารถอดทนกับการปรับตัวเข้ากับเขาที่มีความแตกต่างกันกับเราได้ไหม เขากับเราจะคบกันได้ยืนยาวไหม เราจะเป็นคนที่ดีพอสำหรับเขาหรือเปล่า เขาจะมีคนอื่นไหม ถ้าเกิดเรื่องนั้นเรื่องนี้ขึ้นมาจะแก้ไขอย่างไรให้ทั้งเรากับเขาไปต่อกันได้โดยที่ไม่ทำให้ความรักของสองเราจืดจางลง มีเรื่องติดค้างให้เก็บมาคิดสะสมจนหมดรักกันเรื่อย ๆ ในอนาคต แล้วเราจะอดทนกับการที่จะมีชีวิตอิสระลดลง ต้องคอยระวังการอยู่กับคนต่างเพศได้ไหม เราจะเลือกคบคนผิดหรือเปล่า เราจะเหนื่อยกับการเป็นแรงผลักดันให้เขาได้หรือเปล่า ไหนจะเรื่องอื่น ๆ สารพัดร้อยแปดพันเก้าของการมีคู่ที่ยิ่งเราคิดถึงปัญหานั้น ๆ ก็จะยิ่งสะสมทำให้เราเป็นคนที่ “กลัวการมีคู่” แม้จะอยากมีความรักสักแค่ไหนก็ตาม ซึ่งมันก็ทรมานอย่างที่คุณไม่ควรปิดใจให้ตัวเองเลย แต่เมื่อความกลัวการมีคู่มันได้เกิดขึ้นกับคุณไปเสียแล้ว จะทำอย่างไรให้ความกลัวนี้หายไป? “กลัวการมีคู่” จะทำอย่างไรให้ความกลัวนี้หายไป เชื่อมั่นในเป้าหมายตัวเองเพื่อไม่ให้กลัวการมีคู่             หากคุณมีเป้าหมายเป็นของตัวเองในการที่จะเป็นคู่กับใครสักคน คุณก็จะลืมความกลัวทั้งมวลที่มีต่อการมีแฟนหรือมีคู่รัก เพราะเป้าหมายของการมีคู่จะทำให้คุณมีไฟในตัวเองด้านการวางแผนระหว่างทางที่จะทำให้ความรักของคุณกับคู่ของคุณคอมพลีทอย่างไรและเป็นแนวคิดที่ดีในการเตือนสติคุณเสมอเวลาที่คุณรู้สึกเหนื่อยกับความรัก แล้วอยากที่จะอดทนต่อไป เช่น เป้าหมายการมีคู่ของคุณ คือ อยากเป็นแรงผลักดันให้กับใครสักคนที่เป็นเซฟโซนให้กับคุณที่ชีวิตเจอแต่ความกดดัน คุณก็จะมีแนวคิดในการเน้นคบเพื่อฮีลใจกันมากกว่าการมีแฟนเพื่อให้เกิดโมเม้นต์กุ๊กกิ๊ก ซึ่งแม้จะมีเรื่องให้ไม่เข้าใจในมุมมองกันบางครั้ง คุณก็สามารถใช้แนวคิดการฮีลใจของคุณค่อย ๆ ผ่อนคลายความโกรธที่ตัวเองมีและค่อย ๆ พูดคุยกับเขาด้วยเหตุผลเพราะรู้ว่าต่างคนต่างมีมุมมองสภาพแวดล้อมที่เติบโตมาต่างกัน เป็นต้น เชื่อมั่นในตัวคู่แท้ของคุณเพื่อไม่ให้กลัวการมีคู่             การเชื่อมั่นในตัวคู่แท้ของคุณจะทำให้คุณไม่กลัวการมีคู่ เพราะสำหรับคู่แท้ของคุณนั้น แม้คุณจะไม่อาจรู้ได้ว่าคนที่คบหรือเริ่มคุยกันตอนนี้จะเป็นคู่กันไหม แต่เมื่อเขาคือคนที่ทำให้คุณตกหลุมรักได้ทั้งที่คุณไม่เคยตกหลุมรักคนอื่น ๆ มาก่อน นั่นแปลว่าในใจลึก ๆ คุณมีความเชื่อมั่นและศรัทธาในสิ่งดี […]

วิธีปฏิบัติตัวกับแฟนที่เป็น “โรคซึมเศร้า”

วิธีปฏิบัติตัวกับแฟนที่เป็น “โรคซึมเศร้า”

              “โรคซึมเศร้า” โรคที่มีความซับซ้อนของบุคคลซึ่งทำให้คนที่เป็นโรคนี้ประสบปัญหาการอยู่กับความเศร้า คิดว่าตัวเองไม่มีคุณค่า มองว่าตัวเองทำอะไรก็ผิดไปหมด ขาดความมั่นใจในการใช้ชีวิต แต่บางครั้งหากจะอาการดีก็ดีมาก แต่หากอาการจะแย่ลงก็ดิ่งจนบางรายอาจไม่อยากลุกจากที่นอนเลยด้วย อันเกิดจากสารเคมีในสมองที่ทำงานผิดปกติจึงควบคุมความเศร้าที่มีในอารมณ์ได้ยากและต้องดูแลจิตใจเขา เพราะเขาจะดูแลตัวเองยากและยังโฟกัสความคิดของคนอื่นที่มีต่อตัวเองอย่างหนักด้วย ทำให้ไม่แปลกหากคนเป็นโรคซึมเศร้ามักจะคิดแง่ลบต่อคนรอยตัว ซึ่งจะทำอย่างไรเมื่อแฟนของคุณเป็นโรคซึมเศร้า เพราะแน่นอนว่าคนเป็นแฟนกันไม่ว่าจะเป็นคู่ไหนก็ย่อมอยากที่จะให้ต่างคนต่างเข้าใจกันและเอาใจใส่ดูแลกันทั้งนั้น ไม่ใช่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่เมื่อเราต้องกลายเป็นคนที่คอยดูแลคนรักเป็นหลักแบบนี้จะปฏิบัติตัวอย่างไรกับแฟนที่เป็นโรคซึมเศร้าให้ความรักคอมพลีทได้ แนะนำ 3 วิธีปฏิบัติตัวกับแฟนที่เป็น “โรคซึมเศร้า” ไม่คุมแฟนที่เป็นโรคซึมเศร้ามากไป             แฟนที่เป็นโรคซึมเศร้าส่วนใหญ่ย่อมเป็นธรรมดาที่พวกเขาจะอยู่ในโลกตัวเองหรือพื้นที่ส่วนตัวเป็นหลักเพื่อไม่ให้มีความเศร้า เรื่องจุกจิก ความไม่ลงรอยจากสถานการณ์หรือบุคคลรอบตัวเข้ามาทำให้เขายิ่งอารมณ์ดิ่ง โกรธเคือง วุ่นวายใจไม่หยุดหย่อน โลกส่วนตัวคือเซฟโซนหนึ่งที่ดีต่อเขาและคุณที่เป็นแฟนเขาก็เป็นอีกหนึ่งเซฟโซนได้หากคุณรู้จักที่จะคบกับเขาแบบให้พื้นที่ส่วนตัวกันครึ่งต่อครึ่ง ไม่คุมเขา หากเขาอยากคุยหรือเทคแอคชั่นคุณ เขาก็จะทำด้วยความรักความห่วงใยเมื่อเขาพร้อม แต่หากเขาทำไม่ได้ก็จะอยู่ในโลกส่วนตัวเพื่อปกป้องตัวเองและคุณไม่ให้มีดราม่า ขอแค่คุณเข้าใจและอย่าคุมแฟนก็พอ ปรับอารมณ์ตามแฟนที่เป็นโรคซึมเศร้าให้ได้             สำหรับความรักของคู่รักทั่วไปมันย่อมมีเอกลักษณ์ความรักความเอาใจใส่กันที่เข้าใจง่าย เพราะความเสมอต้นเสมอปลายในการเทคแอคชั่นตามแบบของกันและกัน ทำให้ปรับกันได้ง่าย ๆ แต่สำหรับคุณที่มีแฟนเป็นโรคซึมเศร้าจะค่อนข้างลำบากหน่อย เพราะคู่ของคุณจะไม่มีคำว่า “ตายตัว” ในสถานการณ์ความสัมพันธ์ เพราะโรคซึมเศร้าสามารถพาให้แฟนคุณเกิดอารมณ์ที่แปรปรวนหรืออาการไบโพล่าร์ได้บ่อยมาก จนบางวันก็อาจดีบ้างไม่ดีบ้าง เช่น ตอนเช้าต้องการเธอหวงแหนเธอมาก แต่พอตกเย็น ๆ กลับคิดว่าทุกคนไม่ชอบฉัน เธอเองก็ไม่ชอบฉัน ไม่ต้องมาเข้าใกล้ เป็นต้น ด้วยเหตุนี้คุณจึงควรปรับอารมณ์ตามแฟนที่เป็นโรคซึมเศร้าให้ทัน และพยายามไม่คิดมากว่า เขามองคุณไม่ดี […]

3 สิ่งของ น่าส่งให้คนรักทางไกล

3 สิ่งของ น่าส่งให้คนรักทางไกล

            ในยุคสมัยนี้ที่คู่รักมากมายต่างก็เป็นคู่รักที่อยู่ห่างไกลกันจนเรียกได้ว่าบางคนต้องขึ้นเครื่องข้ามแผ่นน้ำและผืนฟ้าเพื่อไปหากันคนละประเทศด้วย แต่บางคนก็อยู่ห่างกันแค่เพียงคนละจังหวัดและคนละอำเภอกันเท่านั้น แต่อย่างไร ทุกอย่างก็ยังคงเต็มเปี่ยมไปด้วยความคิดถึงกันอยู่ดี เพียงแค่วันเดียวก็พาให้อยากคุยกันเสียแล้วและไหนจะเวลาว่างของคนสองคนที่อาจจะไม่ค่อยตรงกัน หรือไม่สามารถทำกิจกรรมคู่รักในวันสำคัญกันได้เหมือนคู่รักอื่น ๆ ด้วยเพราะความห่างในเรื่องของระยะทางที่เข้ามาเป็นอุปสรรคนี่เอง แต่อย่างไรก็ตาม หากพวกเรารู้วิธีการทำให้ความรักทางไกลสามารถเดินหน้าไปต่อกันได้อย่างยืนยาวล่ะก็ระยะย่อมจะแพ้ให้กับรักแท้แน่นอน ส่วนหนึ่งคือ “การส่งสิ่งของให้คนรักที่อยู่ทางไกล” ที่จะทำให้เขารู้สึกได้ว่าคุณนึกถึงเขาเสมอและมีตัวแทนของแต่ละฝ่ายไว้กับตัวเองด้วยซึ่งจะมี สิ่งของ ใดบ้างที่น่าส่งให้คนรักทางไกล แนะนำ 3 สิ่งของ น่าส่งให้คนรักทางไกล “ของขวัญวันสำคัญ” สิ่งของน่าส่งให้คนรักทางไกล             “ของขวัญวันสำคัญ” เป็นสิ่งของน่าส่งให้คนรักทางไกล เพราะในทุกวันพิเศษทั้งวันสำคัญสำหรับคู่รักอย่างวันวาเลนไทน์ วันปีใหม่ วันครบรอบของคุณกับเขา หรือวันสำคัญของเขา เช่น วันเกิดเขา วันที่เขาประสบความสำเร็จ เป็นต้น แม้แต่ช่วงเวลาที่เขาทุกข์ใจ คุณก็สามารถส่งของขวัญตามโอกาสมาเพื่อปลอบโยนเชาแทนคุณที่อยู่ห่างไกลได้เช่นกัน ของขวัญเหล่านี้จะเป็นสื่อกลางที่ทำให้คนรักของคุณรับรู้ว่า คุณยังคงคิดถึงและโฟกัสความสำคัญของเขาที่อยู่ห่างกลจากคุณเสมอ และแสดงถึงการเป็นคนที่แคร์คนรัก เก็บรายละเอียดของเขาได้ดีด้วย จนทำให้เขาไม่รู้สึกเหมือนอยู่ตัวคนเดียวเลย “จดหมายรัก” สิ่งของน่าส่งให้คนรักทางไกล             “จดหมายรัก” เป็นสิ่งของน่าส่งให้คนรักทางไกล แม้ว่าในยุคสมัยนี้เราจะสามารถโทรศัพท์ติดต่อกัน วีดีโอคอลหากัน หรือส่งข้อความให้กันทางแชทได้แบบเรียลไทม์ที่แค่ไม่กี่วินาทีก็รับรู้ข่าวสารของแต่ละฝ่ายที่อยู่ไกลกันแล้ว แต่ถึงอย่างนั้นจดหมายกลับเป็นสิ่งที่สามารถเชื่อมโยงความรู้สึกดี ๆ ของคนรักที่มีให้กันอย่างลึกซึ้งได้มากกว่าพวกการคุยกันทางโซเชียล เพราะใน 1 หน้ากระดาษ เขาสามารถเขียนเล่าสิ่งต่าง […]

“เพื่อนกับแฟน” แทนกันไม่ได้

“เพื่อนกับแฟน” แทนกันไม่ได้

            จะเป็นไรไหมถ้าฉันจะยืนตรงนี้ข้าง ๆ เธอ…เอ่อ เพลงนี้ควรจะเป็นเพลงของ “เพื่อน” หรือ “แฟน” ดีนะ? ก็ดูสิ คนคนคนหนึ่งที่พร้อมจะยืนอยู่ตรงนี้ข้างกายคนที่ตัวเองรักและห่วงใยมาก หากไม่ให้เรียกว่าแฟนแล้วจะเรียกว่าอะไร เอ๊ะ!? แต่เพื่อนกันมันก็สามารถยืนเคียงข้างคอยเป็นที่ปรึกษาและใกล้ชิดกันได้เหมือนกันนี่นา แล้วแบบนี้จะรู้ได้อย่างไรว่าแฟนของเราเขามีความสุขเวลาอยู่กับใครมากกว่ากัน ระหว่าง “เพื่อนกับแฟน” หากเป็นเหมือนในเนื้อเพลงดังกล่าวที่เขามักจะชอบอยู่กับเพื่อนด้วย และบางครั้งก็ชอบอยู่กับเราด้วย แต่บางทีก็อยู่กับเพื่อนมากกว่าเราเสียอีก แต่ปากก็บอกว่ารักเธอนะอย่างนู้นอย่างนี้ จนเราที่เป็นแฟนเขาก็อดจะน้อยใจไม่ได้ว่า หากเขารักเราจริง เขาก็ต้องเลือกที่จะอยู่กับเรามากกว่าอยู่กับเพื่อนสิ อย่างไรเราก็สำคัญมากที่สุด แต่ความจริงแล้วเราอยากให้คุณเปลี่ยนความคิดนี้มาก เพราะ “เพื่อน” กับ “แฟน” แทนกันไม่ได้นะ! “เพื่อนกับแฟน” แตกต่างกันอย่างไร เพื่อนแฟน               “เพื่อน” เป็นบุคคลที่อยู่กับเขามานาน รู้ตื่นลึกหนาบางของใจแฟนคุณดีว่าเขาเป็นคนอย่างไร เวลาที่คิดหรืออยากทำอะไร แค่มองตาก็รู้ใจแล้วว่าเดี๋ยวแฟนคุณก็คงทำนู่น พูดคำนี้ หรือตัดสินใจอย่างโน้น ซึ่งมันก็มักจะเป็นเช่นนั้นจริง ๆ เพราะเวลาที่แฟนของคุณอยู่กับเพื่อน เขาจะรู้สึกว่าพวกเพื่อน ๆ ที่สนิทกันเป็นเซฟโซนที่ไว้ใจทุกเรื่องได้ ไม่ว่าเขาจะทำอะไรผิดมาหรือมีเรื่องทุกข์ร้อนใจใด ๆ อยากทำอะไร พวกเพื่อน ๆ ของแฟนคุณก็จะเข้าใจเขาและพร้อมคอยตักเตือน คอยเป็นกลางแบบไม่มีอะไรลับหลัง […]