การป้อนอาหารให้กันของคู่รักบ่งบอกถึงอะไรบ้าง?

การป้อนอาหารให้กันของคู่รักบ่งบอกถึงอะไรบ้าง?

ช่างเป็นภาพที่น่าอิจฉาเมื่อเห็นคู่รักต่างป้อนอาหารให้กัน เราเองก็อยากมีโมเม้นต์รักโรแมนติกแบบนี้บ้างแต่ทุกวันนี้ก็ยังโสก ไหนขอดูมือของคนที่เพิ่งคบกับแฟนหน่อยสิคะ…โอ้โห! อะไรจะเยอะขนาดนั้น งั้นเวลานี้คุณพร้อมหรือยังที่จะลองแสดงออกความรักที่มีต่อแฟนโดยการป้อนอาหารให้กัน เหมือนจะยังไม่ค่อยพร้อมนะเนี่ย เอาจริง ๆ ก็พอรู้ว่าบางคนอาจลำบากใจที่จะทานอาหารจากช้อนที่แฟนเอาเข้าปากตัวเองไปก่อนหน้าแล้ว ยิ่งเป็นคนที่รักอนามัยนี่ยิ่งพยายามจะสะบัดภาพนี้ออกไปจากหัวเลยแถมยังถามอีกว่าทำไปทำไม วันนี้เราจึงอยากมาไขข้อสงสัยว่าการป้อนอาหารให้กันของคู่รักบ่งบอกถึงอะไรบ้าง? ทำไมคู่รักแทบทุกคู่ถึงต้องป้อนนั่นป้อนนี่ให้กันตามร้านอาหารบ่อย ๆ ด้วย การป้อนอาหารให้กันของคู่รักบอกถึงความใส่ใจกัน การแสดงความใส่ใจกันเป็นประจำเป็นสิ่งที่คู่รักต้องพึงกระทำให้เห็นกันบ่อย ๆ ไม่ให้ความรักจืดจางลง แต่ช่วยให้เกิดการพัฒนาความรักที่มากขึ้น เต็มไปด้วยความรู้สึกที่ดี แสดงถึงความห่วงใยและการนึกถึงเขาตลอดเวลา แต่ด้วยบางครั้งการแสดงความเอาใจใส่สำหรับบางคนในชีวิตประจำวันก็อาจจะเป็นเรื่องเล็กจนถูกมองข้ามได้ เมื่อมีโอกาสมาเที่ยวด้วยกัน การป้อนอาหารให้กันของคู่รักจึงเป็นโอกาสอันดีที่จะแสดงให้อีกฝ่ายได้เห็นถึงความเอาใจใส่กันอย่างเปิดเผย การป้อนอาหารให้กันของคู่รักบอกถึงการเป็นส่วนหนึ่งของกันและกัน ตามวัฒนธรรมของคนหลากหลายเชื้อชาติแล้วกล่าวกันว่า หากคู่รักป้อนอาหารในส่วนของตัวเองให้แก่กันจะเป็นการแสดงสัญลักษณ์ว่าพวกเขาเป็นส่วนหนึ่งของหัวใจและจิตวิญญาณของกันและกันอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว ความเชื่อนี้จึงถูกนำมาประยุกต์ใช้ในการแต่งของไทยด้วยและเมื่อมีคนเห็นก็รู้สึกว่าเป็นสิ่งที่โรแมนติกมากจนกลายเป็นความนิยมของคู่รักที่แม้จะยังไม่ได้แต่งงานก็มักจะป้อนอาหารให้แก่กันเพื่อบ่งบอกให้รู้ว่าเขาเป็นคนพิเศษและเป็นส่วนหนึ่งของกันและกันจริง ๆ ลึกซึ้งมากเลยเนอะ การป้อนอาหารให้กันของคู่รักบอกถึงการแบ่งปัน เชื่อว่าหลายคนที่ได้ไปรับประทานอาหารแล้วสั่งอาหารมาคนละเมนูกับคนรักที่มาด้วยกันย่อมจะต้องอยากให้เขาได้ลิ้มลองอาหารที่ตัวเองรู้สึกชอบเผื่อว่าจะรู้สึกอร่อยจนใจตรงกันในครั้งต่อไปแน่นอน ขนาดเราที่ไปร้านอาหารกับครอบครัวบางทีก็ยังเคยตักให้เขารับประทานในเมนูที่เราสั่งมาเลย ซึ่งมันคือการที่คนรักกันอยากจะแบ่งปันมุมมองและสิ่งใหม่ ๆ ที่ดีกับเขาให้ แต่คู่รักจะเลือกป้อนอาหารด้วยกันเพื่อให้เกิดอารมณ์โรแมนติกร่วมด้วยก็เท่านั้นจึงกลายมาเป็นความชอบในคู่รักหลายคู่ที่ช่างแบ่งปันเรื่องโน้นเรื่องนี้หรือแลกเปลี่ยนกัน #ความรัก #love #ป้อนอาหารให้คู่รัก

5 เคล็ดลับรักอย่างไรให้ถูกวิธี สุขใจทั้งสองฝ่าย

5 เคล็ดลับรักอย่างไรให้ถูกวิธี สุขใจทั้งสองฝ่าย

ความรัก เป็นสิ่งสวยงาม แต่ทุอย่างล้วนมีสองด้านเสมอให้ใช้ในทางที่ไม่ถูกต้อง ใช้ความรักในทางที่ดีก็จะเป็นคุณ แต่ถ้าใช้ในทางที่ผิด แล้วอ้างทำไปเพราะความรักก็ทำให้เกิดโทษได้ หาคิดจะรัก ก็ต้องรักให้ไปในทางที่ถูกที่ควร วันนี้เรามีเคล็ดลับรักอย่างไรให้ถูกวิธี สุขใจทั้งสองฝ่าย มาฝากกัน ไปดูกันเลยค่ะ 1.คาดหวังให้น้อยลง ความคาดหวัง เป็นต้นเหตุของความผิดหวัง  หากเราไม่อยากเจ็บมาก ก็ควรลดความคาดหวังต่อผู้อื่นให้น้อยลง จงใช้เวลาที่มีค่า ให้มีความสุข และเกิดประโยชน์ให้มากที่สุด อย่ามัวแต่รอว่าเขาจะทำสิ่งนั้นสิ่งนี้ให้เรา จะเป็นทุกข์เสียเปล่าๆ คิดเสียว่าหากได้รับก็ถือเป็นกำไร หากไม่ได้รับก็เท่าทุน ไม่ได้เจ็บอะไร 2.อยู่กับความเป็นจริง ดึงสติตัวเองให้อยู่กับความเป็นจริง ในปัจจุบัน อย่าเพ้อฝันจนเกินไป เพราะสิ่งที่เป็นจริงที่สุดนั้น คือ ปัจจุบัน นั่นเอง ซึ่งการอยู่กับปัจจุบัน สอดคล้องกับคำสอนทางพระพุทธศาสนา หากฝึกใจให้คิดเช่นนั้นได้ ก็ย่อมส่งผลให้เกิดความสุขสงบ และรู้เท่าทันทุกปัญหาได้มากยิ่งขึ้นอีกด้วย 3. เว้นระยะห่าง  ทุกคนล้วนต้องการพื้นที่ส่วนตัวด้วยกันทั้งนั้น อย่าใช้สิทธิ์ของตนเองจนเกินขอบเขตไป เพราะจะทำให้อีกฝ่ายรู้สึกอึดอัด ควรปล่อยให้อีกฝ่ายได้ทำในสิ่งที่ตัวเองชอบ ในพื้นที่ของเขาบ้าง เป็นการแสดงถึงการให้เกียรติซึ่งกันและกัน แต่ทุกอย่างก็ล้วนต้องอยู่บนพื้นฐานของความถูกต้อง ทั้งในเรื่องของศีลธรรมและกฎหมายด้วยนะคะ 4. อภัยให้กับความผิดพลาด ทุกคนล้วนเคยผิดพลาด หากอะไรที่ให้อภัยกันได้ ก็ให้อภัยกันเสียเถิด จะช่วยให้รู้สึกดีด้วยกันทั้งสองฝ่าย อย่ามัวแต่ซ้ำเติมหรือขุดเรื่องเก่าๆมาพูดให้เจ็บช้ำใจกันเลย […]

สิ่งที่ไม่ควรทำในการไปฮันนีมูน!

สิ่งที่ไม่ควรทำในการไปฮันนีมูน!

ในการไปฮันนีมูนหลังแต่งงานจบ ความเป็นส่วนตัวของคู่รักย่อมเป็นปัจจัยที่สำคัญสุดของการได้ทำกิจกรรมต่าง ๆ ร่วมกันนอกเหนือจากสถานที่ที่ไปฮันนีมูน หากเราวางแผนเพื่อเป้าหมายอย่างไรก็ต้องทำให้ตรงตามแผน เพราะมันไม่ใช่แค่การมาเที่ยวด้วยกันแบบปกติ แต่เป็นการเรียนรู้กันในระยะเริ่มต้นจากการได้ใช้เวลาในสถานที่ใหม่ หากคุณเกิดพลาดทำในสิ่งที่ไม่ควรไปล่ะก็อาจทำให้การฮันนีมูนล้มเหลวได้หรือไม่ถึงเป้าหมายได้…อะไรคือสิ่งที่ไม่ควรทำในการไปฮันนีมูนบ้าง? ไม่ควรนอนเร็วในระหว่างฮันนีมูน หลายคู่รักที่ไปฮันนีมูนตามสถานที่ต่าง ๆ กันตั้งแต่เช้าจนถึงหัวค่ำย่อมจะมีอาการเหนื่อยจนอยากนอนพักในห้องกันเป็นธรรมดา ฉะนั้นเมื่อกลับมาถึงห้องพักต่างคนจึงต่างพากันนอนอย่างรวดเร็ว หรือบางคู่อาจจะเสร็จจากภารกิจฮันนีมูนต่าง ๆ มาจนโรแมนติกหนำใจแล้ว ดินเนอร์ใต้แสงจันทร์ก็คอมพลีทแล้ว เมื่อถึงห้องก็ไม่น่าจะมีอะไรให้ทำจึงเลือกจะเข้านอนเร็วตั้งแต่สามถึงสี่ทุ่ม ซึ่งบอกเลยว่าหากไม่เหนื่อยมากหรือนอนเร็วแค่เพราะไม่มีอะไรทำแล้ว นั่นคือสิ่งที่พวกคุณไม่ควรทำในการฮันนีมูน เพราะนอกจากการไปเที่ยวด้วยกัน ช่วงกลางคืนที่อยู่ในห้องพักสองต่อสองนี่ล่ะคือช่วงเวลาที่พวกคุณจะได้มีเวลาพูดคุยกันถึงอนาคตและแผนต่อไปที่จะทำกันในวันพรุ่งนี้หรืออาจใช้จังหวะนี้ในการทำกิจกรรมบรรลุเป้าหมายกันเลยก็ได้หากพร้อมอยู่แล้ว  ไม่ควรเที่ยวแบบอิสระในการฮันนีมูน การไปฮันนีมูนโดยท่องเที่ยวตามสถานที่ต่าง ๆ อย่างเป็นอิสระโดยไม่มีตารางหรือแพลนที่เตรียมไว้ว่าเมื่อไปถึงยังสถานที่นั้น ๆ แล้วจะต้องทำกิจกรรมใดร่วมกันดี รู้แค่เพียงว่าควรมีโอกาสไปที่นั้น ๆ ในช่วงฮันนีมูนอย่างเดียว ย่อมจะทำให้การฮันนีมูนเป็นไปอย่างไม่มีประสิทธิภาพเท่าไหร่ การที่คู่รักแค่ไปเที่ยวด้วยกันเล่น ๆ อย่างอิสระโดยนึกถึงแต่สถานที่ท่องเที่ยวอย่างเดียวมากกว่าการพูดคุยร่วมกัน ใช้เวลาแลกเปลี่ยนมุมมองของตัวเองเกี่ยวกับสถานที่นั้น ๆ และทำกิจกรรมแบบคู่รักในสถานที่ที่ไปจึงจะเรียกว่า “การฮันนีมูน”ที่แท้จริง ไม่ควรนอนคนละห้องในการฮันนีมูน ไปฮันนีมูนด้วยกันทั้งที แต่เลือกที่จะนอนคนละห้องย่อมเป็นสิ่งที่ไม่สมควรทำมาก ๆ แม้ว่าคู่รักบางคู่อาจจะยังไม่คุ้นชินกับการนอนร่วมเตียงเดียวกัน แต่หากไม่ฝึกตั้งแต่วันนี้แล้วจะฝึกวันไหนล่ะ ยิ่งเป็นช่วงฮันนีมูนก็ย่อมจะช่วยเสริมให้คุณมีอารมณ์โรแมนติกมากพอจะอยากนอนเตียงเดียวกันได้ด้วย ถือว่าเป็นการฝึกพื้นฐานที่ง่ายที่สุดโดยให้บรรยากาศพาไป หากพวกคุณไม่ได้มีโอกาสนอนห้องเดียวกัน ความสัมพันธ์ของพวกคุณก็จะก้าวหน้าช้ามาก ในเมื่อแต่งงานกันแล้วเราก็จำเป็นต้องเรียนรู้ที่จะใกล้ชิดกันให้มากกว่าก่อนหน้าและเพิ่มพูนความรักของชีวิตคู่ให้มากขึ้นด้วย #ฮันนีมูน #สิ่งที่ไม่ควรทำวันฮันนีมูน #ความรัก

ทำอย่างไรสำหรับแฟนที่ชอบลืมวันสำคัญของคุณ

ทำอย่างไรสำหรับแฟนที่ชอบลืมวันสำคัญของคุณ

เมื่อการเป็นแฟนกันไม่ได้มีแค่การแสดงออกในความรักให้เขาได้เห็นผ่านทางกายหรือคำพูดหวาน ๆ เท่านั้น แต่ยังต้องมีความเอาใจใส่กันมากในฐานะที่เราเป็นคนพิเศษหนึ่งเดียวของที่คอยอยู่เคียงข้างกันกับเขา ฉะนั้นแล้วในวันพิเศษของเขาอย่างวันเกิด วันฉลองความยินดีกับเรา หรือวันครบรอบการคบกันเป็นแฟน เราก็ย่อมจะอยากให้แฟนตัวเองพาเราไปเลี้ยง ไปเที่ยว หรือทำกิจกรรมใด ๆ ก็ได้ที่แตกต่างจากวันอื่น แต่จะทำอย่างไรในเมื่อแฟนเป็นคนที่ชอบลืมวันสำคัญของเราเสมอ แม้ว่าเขาจะสามารถจำรายละเอียดข้อมูลในโอกาสต่าง ๆ ได้ แต่พอถึงวันจริงก็ลืมตลอดว่าเป็นวันนี้ เรามีข้อแนะนำมาบอก ตั้งนาฬิกาเตือนให้เขาล่วงหน้าไม่ให้แฟนลืมวันสำคัญของคุณ สมัยนี้นาฬิกาเตือนความจำเป็นสิ่งที่ดีที่สุดในการเตือนให้แฟนของคุณไม่ลืมวันสำคัญที่เขาต้องนึกถึงคุณเป็นคนแรกเพื่อพาไปฉลองหรือไปเที่ยว เพราะหากเตือนวันสำคัญนั้นเขาก็อาจจะติดงานหรือธุระกลางคันจนไม่สามารถจะไปไหนได้แล้วก็จะต้องเกิดความดราม่าที่คุณแน่นอน ฉะนั้นการแอบตั้งนาฬิกาเตือนความจำให้เขาล่วงหน้าในทุกปีสักก่อนหน้าวันสำคัญนั้น 2 – 3 วันย่อมเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด ซึ่งคุณไม่จำเป็นต้องเตือนเองเพื่อไม่ให้เสียฟอร์มเผื่อเขาจะอยากเซอร์ไพรส์อะไรเราจะได้น่าตื่นเต้น แกล้งงอนบ่อยๆ ไม่ให้แฟนลืมวันสำคัญของคุณ ในวันสำคัญของคุณที่แฟนมักจะลืม คุณก็ไม่ควรจะอยู่นิ่งเฉยและพูดตามมารยาททุกครั้งว่า “ไม่เป็นไร” เพียงเพราะไม่อยากจะผิดใจกันกับแฟน แต่เขานั้นล่ะที่ทำให้คุณผิดใจในวันสำคัญมาจนถึงทุกวันนี้ มันจึงไม่ใช่เรื่องไม่ดีเลยหากคุณจะแกล้งงอนเขาอย่างเปิดเผยให้เจ้าตัวง้อเพื่อที่เขาจะได้จดจำอารมณ์โมโหของคุณที่หากลืมนัดก็อาจเกิดปัญหาได้ เพราะไม่มีใครอยากจะเห็นแฟนตัวเองโกรธอย่างแน่นอน แล้วในที่สุดเมื่อเห็นคุณงอนเขาในทุกเทศกาล เขาก็จะเริ่มพยายามจดจำวันสำคัญของคุณให้ได้เพื่อจะได้เห็นแต่รอยยิ้มคุณไง แกล้งลืมวันสำคัญของแฟนบ้าง ในเมื่อแผนต่าง ๆ ไม่ได้ผลก็แกล้งทำเป็นลืมวันสำคัญของเขาไปเสียเลย เขาจะได้รู้บทเรียนของการที่ไม่ค่อยได้ใส่ใจวันสำคัญของเขาจนลืม ทำให้เขาได้รู้ว่าคุณรู้สึกเช่นไรเมื่อถูกแฟนตัวเองลืมวันเกิดบ่อย ๆ เขาย่อมจะเข้าใจและพยายามที่จะไม่ลืมอีก แต่หากกลัวความดราม่าแล้วล่ะก็แอบเตรียมเค้กเซอร์ไพรส์วันเกิดง้อเขาภายหลังในวันนั้นก็ได้นะ แล้วก็พยายามเปรยเรื่องของวันสำคัญของคุณที่เขามักลืมบ่อย ๆ เขาต้องตั้งใจฟังคุณแน่นอน #ความรัก #เเก้ปัญหาชีวิตคู่ #Love

“การดูใจ” VS “การคบกัน”

“การดูใจ” VS “การคบกัน”

เชื่อว่าหลายคนอาจจะสงสัยกับสองคำนี้ คือ “การดูใจ” กับ “การคบกัน” มันบ่งบอกถึงคามสัมพันธ์คู่รักที่เหมือนกันหรือไม่? ขอตอบเลยว่าไม่ใช่ความสัมพันธ์เดียวกันแต่ก็ใกล้เคียงกันค่ะ อ้าว!แล้วทำไมลักษณะการใช้คำถึงตีความเหมือนว่าจะเป็นการคบกันทั้งสองแบบเลย มันยังไงกันแน่ แบบไหนถึงจะเรียกว่า “การดูใจ” และแบบไหนถึงจะเรียกว่า “การคบกัน” เพราะเวลานี้ความสัมพันธ์ในรักของทุกคนที่เข้ามาอ่านก็ดูจะก้ำกึ่ง พอมีคนถามก็ตอบลำบากเพราะไม่รู้จะใช้คำไหนดี มาวันนี้เราจะไขข้อสงสัยความแตกต่างกันของ “การดูใจ” กับ “การคบกัน”ให้รู้ไปเลย การดูใจ “การดูใจ” เป็นความสัมพันธ์ของคนสองคนที่ได้มีโอกาสสนิทกันจนรู้สึกว่าต่างฝ่ายต่างก็มีความรู้พิเศษและหวั่นไหวในกันและกันจนสุดท้ายก็ได้สารภาพว่ารักกันและตอบตกลงที่จะยอมรับความรักที่ต่างฝ่ายมีให้กัน หากแต่ยังไม่ได้อยู่ในขั้นที่เรียกว่า “แฟน” แต่สามารถเรียกว่า “คนรัก”ได้ เพราะการสร้างความสัมพันธ์ดูใจจะเป็นช่วงของการปรับตัวเข้าหากัน เรียนรู้นิสัยใจคอเชิงลึกให้มากขึ้นในฐานะที่สามารถให้ความไว้ใจและใกล้ชิดกันมากกว่าเพื่อนเพื่อที่จะตัดสินใจได้ในท้ายที่สุดเมื่อเวลาผ่านไปประมาณ 1 – 2 เดือนว่านิสัยและความเป็นตัวของตัวเองของอีกฝ่ายนั้นสามารถเข้ากันกับเราได้หรือไม่ แม้แต่ปัญหาต่าง ๆ ก็เช่นกัน หากดูแลและรักในเขาที่เป็นเขาได้ก็ตกลง “คบกันเป็นแฟน” แต่ถ้าดูใจกันแล้วไม่น่ารอดก็แยกย้ายเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิมดีกว่า ฉะนั้นการดูใจจึงมีประโยชน์ต่อการปรับตัวเข้าหากันได้ดีมาก การคบกัน “การคบกัน” คือ ความสัมพันธ์ที่คนสองคนได้คบกันเป็นแฟนที่ต่างฝ่ายได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตในกันและกัน เป็นคนพิเศษหนึ่งเดียวที่ไม่มีใครเทียบเขาได้อีกแล้ว เพราะเวลานี้ต่างก็ได้มอบใจให้กัน แต่ก็ใช่ว่าคบกันเป็นแฟนแล้วทุกอย่างจะง่ายขึ้น เพราะความเอาใจใส่ให้กันนั้นเป็นสิ่งสำคัญมากของสถานภาพแฟน หากมีแฟนแต่ไม่ค่อยได้ทำหน้าที่แฟนที่ดีกันก็อาจทำให้ความรักจืดจางลงได้ แต่กลับกันหากพวกคุณทำหน้าที่แฟนโดยคอยถามไถ่สารทุกข์สุขดิบ ชวนเขาไปนั่นไปนี่ สร้างรอยยิ้มให้ชีวิตในทุกวันของเขามีแต่ความสุขได้ และคอยร่วมทุกข์ไปด้วยกันในวันที่เขาท้อแท้ ไม่เหลือใครแล้วล่ะก็การคบกันเป็นแฟนของพวกคุณจะมีเส้นทางอนาคตที่ดีอย่างแน่นอน #การดูใจ #การคบกัน […]

3 สรรพนามยอดนิยมที่ใช้เรียก “แฟน”

3 สรรพนามยอดนิยมที่ใช้เรียก “แฟน”

สมัยนี้เรียกแฟนแค่คำว่า “คุณ”อย่างเดียวก็ออกจากเฉยไปหน่อย เพราะคู่รักสมัยนี้ให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ในทุกรูปแบบทั้งนามธรรมและรูปธรรมจากอิทธิพลของตะวันตกและคำศัพท์ของวัยรุ่นจึงทำให้เกิดคำสรรพนามที่ใช้เรียกแฟนแตกต่างกันไปอย่างที่เราเห็นกันมากมาย ซึ่งแต่ละสรรพนามก็จะมีจุดประสงค์การใช้ที่แทนความรู้สึกหรือสไตล์ความรักของคนพูดที่แตกต่างกันไป บางคู่อาจจะใช้สรรพนามการเรียกแฟนแบบเดียวกัน หรืออาจจะเป็นเพียงแค่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเท่านั้นที่เรียกแฟนเช่นนั้น  แต่ถึงอย่างไรก็ดี การใช้สรรพนามเรียกแฟนให้เหมาะสมกับเรานั้นย่อมจะทำให้ความรักมีแต่อารมณ์สดใสในทุกวัน ยิ่งเรียกสรรพนามหวานเท่าไหร่ก็ยิ่งทำให้ความรักที่มีต่อแฟนโรแมนติกขึ้นมากเท่านั้น ในวันนี้เรามาดูกันดีกว่าว่า 3 สรรพนามยอดนิยมที่ใช้เรียก “แฟน”มีอะไรบ้าง “ตัวเอง” สรรพนามยอดนิยมที่ใช้เรียกแฟน จัดได้ว่าเป็นสรรพนามที่ใช้เรียกแฟนอย่างน่ารัก น่าเอ็นดูมากสำหรับคำเรียกแฟนว่า “ตัวเอง” ที่เหมือนเป็นสรรพนามที่เด็กอนุบาลใช้เรียกเพื่อนกัน แบบเหมือนย้อนกลับไปในวัยกระเตาะเลย ซึ่งหากคู่รักไหนที่ใช้สรรพสนามเรียกแฟนคำนี้ก็หมายความว่าความรักของพวกคุณนั้นเป็นไปในแบบหวานกุ๊กกิ๊กชนิดขี้อ้อนเหมือนแมวน้อย รักแฟนเหนือสิ่งอื่นใด แถมยังติดเขาหนักมากด้วย ความรักของคุณจะออกแนวคล้ายหนังคอมเมดี้ที่มักจะชอบพูดจาหวาน ๆ จนบางทีก็เลี่ยนจนคนอิจฉากันถ้วนหน้า “เธอ” สรรพนามยอดนิยมที่ใช้เรียกแฟน “เธอ” เป็นคำสรรพนามที่คู่รักวัยผู้ใหญ่มักจะใช้กัน แต่เด็กวัยเรียนก็มีใช้คุยกันเหมือนกัน โดยสรรพนามนี้จะเป็นบ่งบอกถึงความรักที่เรียบง่าย ไม่หวือหวาใด ๆ มาก แต่ก็เป็นความรักที่มีความเป็นกันเองสูง รักกันจริงจัง และรู้จักเอาใจใส่ในกันและกันอย่างมากจนบางทีก็ห่วงความรู้สึกเขามากกว่าความรู้สึกของตัวเองเสียอีก นอกจากนี้ยังเป็นคำสรรพนามที่ติดกันมาตั้งแต่ยังไม่ได้เป็นแฟนกันด้วยจึงมาจากความคุ้นชิน แต่เวลาพูดกันก็จะมีการลดน้ำหนักคำลงให้ดูหวานขึ้น เป็นคู่รักแนวอบอุ่นหัวใจที่น่ารักมาก “ที่รัก” สรรพนามยอดนิยมที่ใช้เรียกแฟน หากคุณเป็นคนสายหวาน ชอบแสดงออกความรักกันบ่อย ๆ แล้วล่ะก็คำสรรพนามเรียกแฟนว่า “ที่รัก” เป็นคำเรียกแฟนที่เหมาะกับคุณที่สุดเลย เพราะความรักในสไตล์ของคุณจะเป็นความรักที่ช่างเอาใจใส่แฟน ช่างทะนุถนอมราวกับเขาเป็นสมบัติล้ำค่า และช่างเลือกสรรสิ่งที่ดี ๆ ให้แก่แฟนของคุณ หากเขามีความสุข […]

5 สัญญาณของคนหมดรัก หมดใจ

5 สัญญาณของคนหมดรัก หมดใจ

ในโลกนี้ไม่มีอะไรที่จีรังยั้งยืน ความรักก็เช่นกัน บางครั้งเริ่มต้นด้วยความรัก  และอาจจบลงการหมดรักต่อกันก็ได้ เราจะรู้ได้อย่างไรว่าคนรักหมดรัก หมดใจ กับเราแล้ว วันนี้เรามีสัญญาณของคนหมดรัก มาฝากกัน จะมีสัญญาณแบบไหนบ้าง ไปดูกันเลยค่ะ  1.ไม่มีความไว้ใจให้กัน ความรัก คือ ความไว้วางใจซึ่งกันและกัน แต่หากเริ่มหวาดระแวงต่อกัน ไม่ไว้ใจกัน ไม่เชื่อใจกันและกัน อีกต่อไป หรือาจไม่อยากพูดคุยเล่าเรื่องราวต่างๆ  ปิดบังซึ่งกันและกัน นั่นคือสัญญาณว่าความรักของคุณอาจเริ่มจืดจางลง อาจไม่มีความสุขเหมือนเช่นเคยก็เป็นไปได้ค่ะ 2.ทำอะไรคนเดียวมากขึ้น บางครั้ง คบกันนานๆ ความใส่ใจต่อกันอาจลดน้อยถอยลงไป โดยอาจปล่อยให้อีกฝ่ายทำอะไรด้วยตัวเองมากขึ้น จนดูเหมือนว่าสามารถจัดการสิ่งต่างๆได้ด้วยตัวเองไปหมดทุกอย่าง หากไม่แก้ไขตั้งหรือพุกันในเรื่องนี้บ้างก็อาจทำให้ต่างฝ่ายต่างรู้สึกว่า สามารถใช้ชีวิตอยู่ได้ โดยไม่ต้องมีอีกคน อาจส่งผลต่อความรักของคุณให้จืดจางลงได้ค่ะ 3.ไม่พยายามที่จะแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น คนรักกันต้องใส่ใจความรู้สึกของกันและกัน บางครั้งเกิดปัญหาความไม่เข้าใจซึ่งกัน แล้วไม่พยายามพุดคุยปรับความเข้าใจ ปล่อยให้ปัญหานั้นค้างคาใจ จนอีกฝ่ายๆคิดไปเองต่างๆนาๆ ก้อาจส่งผลเสีย ต่อความสัมพันธ์ ของ 4.พูดถึงแต่ข้อเสียมากกว่าข้อดี หากมีความรักต่อกัน จะต้องใส่ใจต่อความรู้สึกของอีกฝ่าย จริงอยู่ที่คนเราทุกคนมีทั้งข้อดีและข้อเสีย แต่คนที่รักกันควรเลือกที่จะมอบสิ่งดีๆให้แก่กัน หากวันหนึ่งพยายามหาแต่ข้อเสียของอีกฝ่ายมาพูดมากกว่าข้อดี แสดงว่าไม่แคร์ความรู้สึก ทำร้ายจิตใจกัน นั่นอาจเป็นเพราะเขาไม่ได้รักคุณเหมือนเดิมอีกต่อไป  5.ไม่มีคุณอยู่ในอนาคตอีกต่อไป คนเราเมื่อรักกัน คบกันก็ย่อมอยากมีอนาคตร่วมกัน ซึ่งเป็นเรื่องที่มักจะวางแผนร่วมกันไปอย่างเป็นขั้นตอน […]

How To คืนดีกับแฟนเมื่อรู้ว่าตัวเองละเลยเขา

How To คืนดีกับแฟนเมื่อรู้ว่าตัวเองละเลยเขา

ทำอย่างไรดีเมื่อการคบกันเป็นแฟนที่ผ่านมาไม่ได้ทำให้ความรักของคุณกับแฟนก้าวกระโดดไปถึงไหนเลย เพราะคุณนั้นเพิ่งมารู้ว่าตัวเองเผลอละเลยในหน้าที่ความเป็นแฟนที่มีต่อเขาไป ซึ่งหากเป็นเช่นนี้ต่อไปเรื่อย ๆ นอกจากจะทำให้เขารู้สึกเหงาแล้ว ความรักไม่ดีขึ้น สุดท้ายมันก็อาจจะทำให้ความรักฉันหนุ่มสาวที่มีให้กันลดลงจนเหลือเป็นเพียงแค่ความผูกพันโดยไม่รู้ตัวเท่านั้น ถามว่าคุณรักเขาหรือไม่…ใช่! คุณรักเขา แต่แค่คุณยังไม่รู้ว่าตัวเองไม่เคยทำหน้าที่แฟนที่ดีเลย จนแฟนคุณเขาเกิดโกรธและงอนคุณเสียแล้วในวันนี้ ฉะนั้นเมื่อรู้ตัวก็ควรเปลี่ยนแปลงตัวเองและหาวิธีง้อเขาให้ได้ คอยถามไถ่แฟนเสมอ ไม่ว่าคุณจะละเลยเขาเพราะไม่มีเวลาหรือลืมตัวว่าต้องเป็นฝ่ายทำอะไรให้เขาบ้าง คุณก็ควรหาเวลามาอยู่กับเขา คอยถามไถ่สารทุกข์สุขดิบเขาเสมอ ยิ่งทุกวันเลยยิ่งดี หากมีภารกิจในชีวิตคุณเยอะจริงอย่างน้อยก็แค่โทรศัพท์ไปคุยกับเขาเพื่อแลกเปลี่ยนชีวิตและสิ่งที่พบเจอกันในวันนี้ไม่เกินสิบนาทีบ้างก็ยังดี เพราะนอกจากจะทำให้เขารู้สึกว่าคุณยังคงรัก ห่วง และคิดถึงเขาเสมอแล้ว ตัวคุณเองก็จะมีความสุขที่ได้ระบายเรื่องราวต่าง ๆ และคุยกับคนที่เราไว้ใจได้ทุกเรื่องอย่างสนิทใจจนหายเครียด อีกทั้งช่วยทำให้หัวใจของคนสองคนอบอุ่นเสมอด้วยนะแม้ตัวจะไม่ค่อยได้อยู่ด้วยกันก็ตาม แค่นี้ก็คืนดีแล้ว ทำเซอร์ไพรส์ดี ๆ ให้แฟนของคุณ เมื่อการขอคืนดีเป็นเรื่องยาก คุณก็จัดเซอร์ไพรส์ใหญ่ ๆ ให้แฟนของคุณเพื่อเป็นการขอโทษเลยหากยังไม่ถึงวาระสำคัญ คุณอาจจะหาสถานที่โรแมนติกสักที่ในการจัดงานดินเนอร์ของคุณในมุมส่วนตัว และบอกให้แฟนมาหาหน่อยด้วยเรื่องสำคัญหรืออะไรก็ว่าไป แน่นอนว่าเขาจะมาหาคุณ ซึ่งเมื่อมาถึงแล้วเห็นว่าคุณมีอาหารดินเนอร์สุดเลิศพร้อมขนมที่ทำด้วยฝีมือตัวเองมาให้เขาอีก ไม่ว่าใครที่งอนอยู่ก็หายได้ทั้งนั้น เพราะมันทำให้เขาได้รู้แล้วว่าคุณรู้สึกผิดจริง ๆ ที่เผลอละเลยเขาและตอนนี้คุณก็รู้วิธีใส่ใจเขาสักทีแม้จะเป็นเรื่องเล็กน้อยก็ตาม แสดงความรักต่อแฟนคุณประจำ ไม่ว่าใครก็ย่อมอยากให้แฟนตัวเองแสดงให้เห็นความรักที่มีให้กันอย่างน้อยผ่านสัมผัสทางกายอยู่แล้ว ซึ่งคุณก็ควรแสดงทางความรักกับเขาบ่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็นการลูบศีรษะ จูบหน้าผาก กอดในยามที่เขารู้สึกเหงาหรือไม่มีใคร และจับมือเขาไว้ทุกครั้งเวลาเดินไปไหนมาไหนเพื่อไม่ให้หลงกัน แม้อย่างหลังจะมองดูเหมือนเด็ก แต่มันก็ทำให้เขารู้ได้ว่าคุณเองก็ไม่ได้อยากจะละเลยเขา อีกทั้งยังมีความรักและห่วงใยในตัวเขามากเป็นพิเศษอีกด้วย อารมณ์แบบไม่ยอมให้หลงทางและไม่อยากให้เขาเกิดอุบัติเหตุล้มจนเป็นอันตรายด้วย แบบนี้ใครก็อยากขอคืนดี #HowToคืนดีกับแฟน […]

อะไรคือเหตุผลที่เขาปฏิเสธเมื่อคุณไปสารภาพรัก?

อะไรคือเหตุผลที่เขาปฏิเสธเมื่อคุณไปสารภาพรัก?

หลายคนที่ผ่านการสารภาพรักมาแล้วคงเคยเอาแต่ถามตัวเองว่าทำไมเราสารภาพรักเขาแล้ว พยายามบอกความรู้ทั้งหมดทั้งมวลที่มา พยายามข้อมูลทุกอย่างเกี่ยวกับเขาเพื่อให้คนที่เราชอบรู้ว่าเราใส่ใจในตัวเขามากแค่ไหน และทำทุกอย่างกว่าจะรวบรวมความกล้าที่มีมาสารภาพรักได้แล้ว แต่ทำไมเขาถึงต้องปฏิเสธเราซึ่งหลายคนก็ไม่เข้าใจหรอกแม้ว่าเขาจะบอกเหตุผลไปแล้วก็ตาม ในวันนี้เราก็จะพาคุณมาทำความเข้าใจเหตุผลนั้น ๆ มากขึ้นจากการขยายความถึง 3 เหตุผลหลักที่เขาปฏิเสธคุณ เขายังไม่รู้จักคุณมากพอ การที่คุณสารภาพรักคนที่ชอบแล้วถูกปฏิเสธกลับมาด้วยเหตุผลที่ว่า “เขายังไม่รู้จักคุณมากพอ” นั่นหมายความว่า คุณอาจไม่ใช่คนที่สนิทกับเขามากในระดับที่เขาจะรู้แล้วว่าตัวตนคุณเป็นคนเช่นไร ถ้าคุณเป็นเพื่อนหรือคนที่อยู่ใกล้ชิดจนสามารถหัวเราะหรือคุยกับเขาอย่างเป็นกันเองแล้วนั่น เขาถึงจะรู้จักคุณดีและให้คำตอบแก่คุณได้ดีกว่านี้ แต่นี่คุณเอาแต่แอบชอบเขามาข้างเดียวอย่างห่าง ๆ แทบไม่เคยได้คุยกันตรง ๆ หรืออาจจะมีอยู่ 1 – 2 ครั้งซึ่งแค่ไม่กี่นาทีมันไม่มากพอที่จะทำให้เขารู้จักคุณได้หรอก ยกเว้นแค่จำหน้าได้บ้างก็เท่านั้น แน่นอนว่าคงไม่มีใครกล้าตอบตกลงคบกับคนที่คุยกันเล็กน้อยหรือแทบไม่รู้รายละเอียดอะไรกันเลยแน่นอน คุณไม่ใช่สเป็กของเขา การที่คุณสารภาพรักคนที่ชอบแล้วถูกปฏิเสธกลับมาด้วยเหตุผลที่ว่า “คุณไม่ใช่สเป็กของเขา” หลายคนอาจคิดว่าการที่เขาปฏิเสธเราแบบนี้หมายถึงว่าหน้าตากับนิสัยของเราไม่ตรงตามที่เขาชอบแน่นอน แต่ความจริงแล้วมันย่อมมีอะไรที่มากกว่านั้นเพราะคนเราจะดูสเป็กที่ “ความใช่” มากกว่า “ความชอบ” แม้คุณจะพยายามทำผิดกับตัวเองโดยเปลี่ยนนิสัยและความสวยความหล่อให้ตรงกับใจเขา แต่สุดท้ายก็ย่อมไม่แล้วเขาก็ต้องเลือกคนที่จะสามารถมาเติมเต็มภายในที่ว่างให้เต็มมากกว่าซึ่งนิสัยก็เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่ง แต่ความรักที่มีให้กันต่างหากจะเป็นตัวบอกเองว่าคุณกับเขาเป็นคนที่ใช่หรือไม่ มันค่อนข้างจะอธิบายยากในจุดนี้ แต่เราจะรู้ได้ด้วยตัวเอง เขาต้องการความแน่ใจก่อน การที่คุณสารภาพรักคนที่ชอบแล้วถูกปฏิเสธกลับมาด้วยเหตุผลที่ว่า “เขาต้องการความแน่ใจก่อน” นั่นหมายถึง เขายังไม่แน่ใจตัวเอง เพราะคุณเป็นคนที่เขารู้จักดีอยู่แล้วในกรณีนี้ แต่อาจจะมีหลายอย่างที่ทำให้ไม่แน่ใจนั่นคือความรู้สึกสนิทกับคุณที่มีในใจของเขา เวลานี้มันมากพอจะต่อยอดสู่การเป็นแฟนกันได้แล้วหรือยัง แล้วเวลานี้ตัวเขาพร้อมหรือไม่ที่จะมีแฟน เพราะโดนจู่โจมไม่ทันตั้งตัวแบบนี้เป็นใครก็ต้องสับสนก่อนอยู่แล้ว ฉะนั้นเขาจึงปฏิเสธและอาจจะขอดูใจคุณก่อน เมื่อถึงเวลาที่เขาพบว่าใจเขาเปลี่ยนไปแล้วจริง ๆ เขาก็จะเป็นฝ่ายตอบตกลงเองแม้จะต้องใช้เวลาหน่อย […]

How To บอกรักให้โดนใจเขา

How To บอกรักให้โดนใจเขา

ในเมื่อเราแอบชอบใครสักคนมานานและเขาก็รู้จักเราดีแล้วย่อมจะสะดวกมากหากเราจะได้บอกรักเขา แต่จะทำอย่างไรให้การบอกรักของคุณครั้งนี้มีโอกาสโดนใจเขามาก ยิ่งหากใครเป็นคนที่พูดไม่ค่อยเก่ง แต่รักหมดใจแล้วล่ะก็ยิ่งต้องศึกษา How To มาเป็นอย่างดีเพื่อไม่ให้ความรักที่มีอยู่เต็มหัวใจของคุณต้องถูกเปิดออกมาเพียงไม่กี่เปอร์เซ็นต์เพียงเพราะความตื่นเต้นและความสับสนเมื่ออยู่ต่อหน้าเขา เราจะมาบอกวิธีโดน ๆ กัน! แสดงให้เขารู้ว่าคุณชอบความแตกต่างในตัวเขา การให้เหตุผลว่าเขาเป็นคนนิสัยอย่างไรถึงทำให้คุณรักได้นั้นย่อมเป็นวิธีที่ค่อนข้างจะพื้นฐานและซ้ำซากกับการบอกรักในคนหลายคนมาก ๆ และอาจทำให้เขารู้สึกว่าคนอื่น ๆ ก็คิดแบบนั้นเช่นเดียวกันและมันอาจจะไม่ใช่ความรักจริงแต่เป็นเพียงความประทับใจ ฉะนั้นคุณจึงต้องพูดถึงตัวเขาในอีกด้านว่าคุณชอบที่เขาไม่เหมือนคนอื่นก่อนจะบอกถึงเอกลักษณ์ในตัวเขาที่คุณสามารถสัมผัสถึงมันได้อย่างที่คนอื่นไม่มีซึ่งมันจะทำให้คนที่คุณบอกรักรู้สึกทึ่งและสนใจในตัวคุณมากที่แม้จะยังไม่ได้เป็นอะไรกัน แต่คุณก็รู้จักตัวเขาดีพอ ๆ กับเขาเองเลย ทำให้เขาอยากจะตอบตกลงกับคุณเพื่อค้นหาความแตกต่างของตัวคุณให้มากขึ้นเช่นกัน บอกเขาว่า “ตัวเรายินดีทั้งนั้นไม่ว่าเขาจะรับรักหรือไม่รับรัก” ในการบอกรักให้โดนใจเขา คุณต้องใช้คำพูดทุกอย่างแบบละมุนละม่อมมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ พยายามอย่าทำให้ตัวเองตื่นเต้นกับมันจนเผลอพูดด้วยคำที่รวบรัดจนกลายเป็นห้วนและรีบให้เขาตอบมาว่าตกลงหรือไม่ตกลง เพราะหลายคนมักจะพลาดตรงการพูดที่มีความเป็นตัวเองมากไปโดยไม่ได้ตั้งใจจนทำให้อีกฝ่ายเกิดเครียดขึ้นมาและอาจไม่ชอบได้ เมื่อคุณบอกรักและอธิบายเหตุผลทุกอย่างแล้วก็ควรส่งท้ายคำพูดว่า  “ตัวเรายินดีทั้งนั้นไม่ว่าเขาจะรับรักหรือไม่รับรัก” ซึ่งจะทำให้อีกฝ่ายรู้สึกดีมากกว่าที่เป็น ชอบในความให้เกียรติของคุณ และอาจค่อย ๆ ตอบปฏิเสธให้คุณได้รู้แบบไม่รู้สึกเสียใจ หรือบางทีเขาอาจจะประทับใจในตัวคุณและยอมขอดูใจก่อนก็ได้ แสดงเขาเห็นว่าคุณยอมรับทุกอย่างที่เป็นตัวเขาได้ เมื่อการบอกรักเกิดขึ้น ทุกคนที่จะไปบอกรักคนที่ชอบอาจจะหวังแต่ความรู้สึกตัวเอง แต่ไม่ได้ดูว่าในใจของคนที่ถูกสารภาพรักต้องพยายามปรับอารมณ์และความสับสนแค่ไหน บางคนอาจจะรู้สึกอยากตอบรับตั้งแต่ตรงนั้นแต่เพราะตัวเขาลึก ๆ อาจจะมีข้อบกพร่องที่คุณอาจไม่รู้ซึ่งคุณก็ควรพูดไว้ก่อนหากคิดว่าทำได้จริง ๆ ว่าตัวคุณสามารถยอมรับทุกอย่างที่เป็นตัวเขาได้ ขอให้บอกมาแล้วเราจะค่อย ๆ ปรับมันเข้าหากัน แบบนี้แววซึ้งมาแต่ไกลแน่นอน #ความรัก #มุมมองดีดีของความรัก #Love